หยุดป่วย เมื่อเดินเป็น!

“ใครจะไปเชื่อว่าการเดินมีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างน่าอัศจรรย์” ผู้อ่านเอง เมื่อครั้งยังทำงานอยู่ในกรุงเทพมักจะใช้การเดินมากกว่าการนั่งรถประจำทาง เนื่องจากรถติดและที่ทำงานก็ไม่ไกลจากห้องพักสักเท่าไหร่นัก(ก็พอสมควร) เมื่อเทียบกับการนั่งรถประจำทางแล้วการเดินจะใช้เวลาเร็วกว่าการขึ้นรถประจำทางเสียอีก บางทีนะยังแอบเดินแซงรถประจำทางที่ขึ้นประจำเลยก็ยังมี

การออกกำลังกายด้วยการเดินเป็นประจำ ผลดีที่เกิดขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลยคือ เรื่องน้ำหนักและความชดชื่นกระฉับกระเฉงเวลาทำงานเรื่องนี้ หากคุณเคยเดินเป็นประจำหรือออกกำลังด้วยการเดินอยู่แล้วล่ะก็ย่อมสังเกตได้ถึงการเปลี่ยนแปลง แต่หากท่านใดยังไม่เคยลอง แนะนำว่าควรเจียดเวลาสักหน่อยหันมาออกกำลังกายด้วยการเดินขยับเส้นขยับสายกันดูแล้วจะรู้สึกได้ถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนแน่นอน

10.1

ประโยชน์จากการเดิน

การเดินนับว่าเป็นการออกกำลังกายอย่างหนึ่งที่มีความนิยมกันอย่างแพร่หลายทั้งในหมู่ผู้สูงอายุไปจนถึงกลุ่มคนทำงานและวัยรุ่น เรามาดูกันว่าการเดินมีประโยชน์อย่างไรและมีความแตกต่างจากการออกกำลังกายประเภทอื่นอย่างไร

1.ช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวด เนื่องจากเป็นการเคลื่อนไหวอย่างเป็นธรรมชาติจึงทำให้ข้อต่อที่ทำงานติดขัดหรือเคลื่อนไหวลำบากทำงานได้อย่างคล่องแคล่วขึ้น สังเกตได้จากผู้ป่วยที่ทำกายภาพบำบัดด้วยการเดินดูก็ได้

2.ป้องกันหวัด ช่วยให้ร่างกายแข็งแรงเพราะมีภูมิคุ้มกันสูงขึ้น

3.นอนหลับง่ายและหลับลึกขึ้น ทำให้เกิดกระบวนการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอทำงานได้อย่างสมบูรณ์

4.ป้องกันโรคเรื้อรัง ไม่ว่าจะเป็นโรคเบาหวาน ภาวะระดับน้ำตาลในเลือดสูง โรคหัวใจ โรคอ้วน และโรคข้อเข่าเสื่อม

5.เลือดลมเดินคล่อง จึงช่วยให้สมองแล่น อารมณ์แจ่มใสร่างเริง อย่างคุณลุงคุณป้า อาม่าที่เดินเป็นประจำในช่วงเช้าและช่วงเย็น

6.ช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ภายในครอบครัวให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ในบางครอบครัวพร้อมใจกันมาเดินออกกำลังกายเป็นกิจวัตประจำวัน

เห็นไหมแค่การเดินเพียงเท่านี้ ให้ประโยชน์ไม่แตกต่างอะไรกับการออกกำลังอย่างประเภทอื่นเลย ฉะนั้น กิจกรรมนี้จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด สำหรับคนที่เริ่มต้นออกกำลังกายและไม่มีทักษะด้านนี้เลย เนื้อหาต่อจากนี้ผู้เขียนจะแนะนำรูปแบบการเดินซึ่งมีหลากหลายและมีความนิยมมากฝากผู้อ่านได้เลือกไปลองตามความชอบกัน

10.2

การเดินออกกำลังกายแบบทั่วไป

การเดินตามสวนสาธารณะในช่วงนี้แนะนำให้ตื่นกันแต่เช้าเสียหน่อย เพราะฟ้าแจ้งเร็วเสียเหลือเกินบางทีแค่หกโมงครึ่งแดดก็จ้าแล้วเพื่อจะได้เดินในบรรยากาศไม่ร้อนจัด ได้สูดอากาศที่สดชื่นในยามเช้า ช่วยให้สมองปลอดโปร่ง นอกจากนี้ยังมีเพื่อนร่วมทางอีกหลายคนเดินเป็นเพื่อนอีกต่างหาก ไม่เหงา ในช่วงแรกของการเดินควรเดินด้วยความเร็ว ปกติอย่างน้อยครั้งละ 30 นาที แล้วค่อยๆ เพิ่มเวลาเป็น 45-60 นาที เพื่อฝึกความอดทนของกล้ามเนื้อ ข้อต่างๆ และหัวใจ

การเดินบนลู่วิ่งไฟฟ้าภายในบ้านหรือฟิตเนส

เป็นทางเลือกที่สะดวก เพราะเราสามารถใช้ในตอนไหนก็ได้ตลอดทั้งวันเหมาะ สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการออกกำลังกายแบบไม่พลุกพล่าน การเดินในลู่วิ่งและการเดินแบบทั่วไปมีเทคนิคที่เหมือนกันและช่วยเผลาผลาญแคลอรีได้ครั้งละประมาณ 200-400 กิโลแคลอรี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความเร็วในการเดิน

10.3

การเดินแบบสลับวิ่ง

เป็นการเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจอย่างเป็นจังหวะแ ละเพิ่มการเผลาผลาญพลังงานได้มาก ซึ่งเป็นการเดินสลับกับวิ่งอย่างต่อเนื่องโดยไม่หยุดพัก หลายๆ หน่วยงานเริ่มนำการออกกำลังกายประเภทนี้มาจัดกิจกรรมกันอยู่บ่อยๆ

การเดินถอยหลัง

เป็นรูปแบบการเดินที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของกล้ามเนื้อและระบบประสาท เส้นเลือดฝอย สมอง และช่วยให้ความคิดโลดแล่นอีกทั้งช่วยในเรื่องของการทรงตัวให้ดีขึ้น ในช่วงแรกๆ อาจจะรู้สึกสับสนเสียหน่อยและหาที่โล่งๆ เอาไว้ด้วยจะได้ไม่เดินไปชนใครเขา

การแนะนำการเดินที่นำเสนอไป คุณสามารถเลือกนำไปใช้ได้ตามความเหมาะสมในโอกาสและสถานที่ที่รู้สึกสบายอากาศปลอดโปร่งและคงไม่ดีแน่ หากคุณนำวิธีการเดินถอยหลังไปใช้ในที่ทำงานหรือในระหว่างการเดินทางไปทำงานในที่ที่มีผู้คนพลุกพล่าน คุณอาจได้กำลังก็จริงแต่อาจได้อย่างอื่นแถมมาด้วยก็ได้นะ

Save

Leave a Reply